#ไดอารี่การลงทุนหุ้น : ประสบการณ์การลงทุนของผม ตอนที่ 3 “เพื่อนร่วมรุ่น กับ การลงทุน”

ประสบการณ์การลงทุนของผม ตอนที่ 3 “เพื่อนร่วมรุ่น กับ การลงทุน”

 

  วันนี้เป็นวันเสาร์

เมื่อวานผมมีนัดกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่นสมัยเรียนปริญญาตรี เมื่อมาพบกับเพื่อนๆ ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปของแต่ละคน … แต่เมื่อคุยกันไปนานๆ เพื่อนที่ไม่เคยเจอกันมานาน ก็คุ้นเคยกัน และรู้สึกเหมือนเดิมล่ะครับ …

 

ถ้ามาแตกแยกย่อย… แต่ละคนก็มีปัญหาเป็นของตัวเอง ทั้งเรื่องการงาน ธุรกิจ เรื่องครอบครัว สุขภาพ … และเราก็พบว่า เราต่างคนก็แก่ตัวลงทั้งนั้น …

 

ว่ากันว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ เพราะคนเจนเอ็กซ์อย่างพวกผมที่มีประชากรประมาณกว่า 10 ล้านคน กำลังแก่ และเริ่มเกษียณพอดีเลยครับ …

 

ผมถามเพื่อนๆ เรื่องการวางแผนการเงินของแต่ละคน ได้คำตอบมาแบบนี้ … บางคนว่า อยากมีพอร์ตหุ้นที่สามารถเลี้ยงชีพด้วยเงินปันผลได้ … บางคนทุ่มสุดตัวกับธุรกิจส่วนตัว หวังว่าจะฝากชีวิตเอาไว้เลย … เพื่อนบางคนยังทำงานประจำ และไม่มีแผนเกษียณ … บางคนก็ใช้ชีวิตแบบอิสระ แต่ก็หาเงินเก่งนะ อาศัยไม่มีหนี้สิน เลยอยู่ได้ชิวๆ แต่ไม่มีใครขายตรงนะครับ 555

 

จากการที่ผมได้พบกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่น ทำให้ผมพบว่า … เพื่อนๆ บางส่วนไม่ได้วางแผนการเงินเอาไว้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลพอสมควรเลยครับ เพราะหากเราไม่คิดไว้ล่วงหน้า เมื่อเวลาเดินทางมาถึง เราจะลำบากทีหลังได้ …

 

เดี๋ยวจะเป็นการเป็นงานเกินไป … ไหนๆ ก็พูดถึงสังคมผู้สูงอายุ ผมขอเล่าเรื่องหุ้นโรงพยาบาลก็แล้วกันครับ … ผมเคยลงทุนหุ้นโรงพยาบาลสองตัว ตัวแรกคือ bch ตอนนั้นผมซื้อราว 6 บาทกว่าต่อหุ้น แล้วก็มีแจกปันผลเป็นหุ้นมาเรื่อยๆ จนทุนผมเหลือ 5 บาทกว่าๆ ปัจจุบันหุ้นตัวนี้มีราคาสูงเกือบ 14 บาทต่อหุ้น!! อย่าเพิ่งตกใจไปครับ … ผมขายตั้งแต่ 10 บาทแล้ว 555 (เศร้านิดหน่อย)

 

จะบอกว่าตัวนี้เป็นหุ้นเด้งอีกตัวของผม ที่ทำให้ผมมีทุนไปต่อตัวใหม่ ก็คือหุ้น bgh แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น bdms แล้วครับ … ตอนผมขาย bch ไปซื้อ bdms เพราะคิดว่า ผมอยากซื้อ “ทำเลโรงพยาบาล” เพราะผมมานั่งพิจารณาดูแล้วพบว่า ทำเลโรงพยาบาลของ bgh นั้นอยู่ใจกลางเมือง และจับลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก ผมจึงเปลี่ยนหุ้นโรงพยาบาลจากตัวหนึ่งไปเป็นอีกตัวหนึ่ง คือ bgh  เพราะคิดจะเปลี่ยนทำเลที่ตั้ง ด้วยการซื้อ bgh ไปที่ประมาณ 16 บาทต่อหุ้น

 

หลังจากผมถือหุ้นตัวนี้ได้เกือบปี หุ้นก็ขึ้นไปสูงราว 23-25 บาทต่อหุ้น ทำให้ผมรู้สึก “อยากขาย” เพราะ ตอนนั้น story ที่ขับเคลื่อนราคาหุ้นก็คือ การที่  bgh ไปเทคโอเวอร์ กิจการโรงพยาบาลอื่นๆ แล้วมารีโนเวทใหม่ ทำให้หุ้นมี PE สูงมาก และก็โตขึ้นมาเรื่อยๆ

 

แต่ผมคิดว่า เหตุการณ์เทคโอเวอร์ต้องมีวันหยุด เขาคงไม่เทคโอเวอร์ได้ทุกปี ผมเลยตัดสินใจขายไปที่ประมาณ 23 -24 บาทต่อหุ้น ใช้วิธีทยอยขายครับ และก็ปรากฏว่าผมขายได้ราคาดีเสียด้วย (ฟลุ๊กจริงๆ)

กลับมาที่เรื่องลงทุนเพื่อการเกษียณ … เพื่อนผมคนหนึ่งมาปรึกษากับผมเรื่องนี้ บอกมีเวลาอีกไม่เกิน 20 ปีอยากเกษียณเร็วๆ ผมเลยแนะไปว่า ถ้าเราสามารถทำให้พอร์ตเราเติบโตได้ 25% ต่อปี มันจะกลายเป็นเท่าตัวภายใน 3-5 ปี … วิธีก็คือ สมมติเริ่มต้นหนึ่งล้านบาท เลือกหุ้นปันผล 5% ราคาหุ้นโตปีละ 10% และใส่เงินเข้าไปอีกปีละ 10% ทำแบบนี้พอร์ตก็จะโตปีละ 25%
ภายในห้าปีจากหนึ่งล้านจะกลายเป็นสองล้าน อีกห้าปีสองล้านกลายเป็นสี่ล้าน อีกห้าปีสี่ล้านกลายเป็นแปดล้าน และอีกห้าปีสุดท้ายครบยี่สิบปีพอดี เงินในพอร์ตจะกลายเป็น 16 ล้านบาท … ฟังดูดีใช่มั้ยครับ ที่จริงมันก็ไม่ยากอย่างที่คิดครับ … ลองดู …

ว่าที่จริงประสบการณ์ลงทุนของผมมีทั้งเจ็บตัวด้วยนะครับ ไว้จะเล่าให้ฟังอีกที … ตอนนี้ขอแค่นี้ก่อนครับ โชคดีการลงทุนทุกท่านเช่นเคยนะครับ … เวลามันเดินเร็วจริงๆ ว่ามั้ยครับ?

แนะนำหนังสือ “ลงทุนหุ้นโตเร็ว”

หนังสือเล่มนี้ผมเขียนขึ้นมาในช่วงที่พอร์ตการลงทุนของผมเริ่มเติบโตจากพอร์ตเล็ก สู่พอร์ตที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมกว่าเท่าตัว สิ่งที่พาผมไปข้างหน้าได้ก็คือ การลงทุนในหุ้นโตเร็ว หรือ Growth Stock … อ่านทุกแนวคิดการลงทุนในหุ้นประเภทนี้ได้ที่นี่เลยครับ …

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ How to การบริหารจัดการเงิน อสังหา “คลิ๊กอ่านที่นี่เลยครับ”

[เกี่ยวกับผู้เขียน]

นายแว่นธรรมดา stand top of living“นายแว่นธรรมดา” หนึ่งในกูรูหุ้น FINOMENA และผู้ก่อตั้ง www.topofliving.com ผู้เขียนหนังสือ “ลงทุนหุ้นโตเร็ว” และหนังสือขายดี “กลยุทธุ์จับจังหวะลงทุนหุ้น” ปัจจุบันเป็นนักลงทุนอิสระ นักเขียนอิสระ ขอถ่ายทอดความรู้ด้านการลงทุน เผื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ

ติดต่อนายแว่นธรรมดาได้ที่นี่ครับ  naiwaentammada@gmail.com

Top Banner